วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2553

Basic 09

Basic 09 ระวังเวลาถ่ายภาพทะเล หรือ ภาพวิวอย่าให้ขอบฟ้าเอียง

คำว่าขอบฟ้าเอียง ฟังดูแล้วอาจจะงง ดูรูปประกอบภาพที่ 1 จะเห็นว่า ท้องทะเลมันเอียง เห็นไหมค่ะไม่ควรให้เหตุการณ์เกิดขึ้นกับภาพของคุณนะค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ทะเล วิว ภูเขา ถ้ามีเส้นขอบฟ้า หรือ นำสายตา ควรจะดูเสมอว่าไม่เอียงนอกเสียจากว่า คุณจงใจจะให้เอียงเพื่อให้เกิดความสนุกสนานก็ไม่เป็นไร



ภาพที่ 1 ขอบฟ้าเอียงเหมือนน้ำทะเลกำลังจะหกเลยใช่ไหมค่ะ..อย่างนี้ไม่ดีค่ะ



ภาพที่ 2 ภาพที่ดีขอบฟ้าควรจะขนาน และ ตรงไม่เอียงดังตัวอย่างภาพนี้



สรุป เราได้อะไรจาก Basic 09

1. จำไว้นะค่ะ ไม่ควรให้ขอบฟ้าในภาพของคุณเอียง ทำให้ภาพนั้นเสียความงามไปได้ บางสถานที่เราไม่ได้ไปบ่อย ๆ

Basic 08

Basic 08 ถ่ายภาพผ่านกระจกในที่แสงน้อย แถมเรื่องแฟลชอีกหน่อย...

ฝากอีกสักหน่อยนะค่ะจะได้ต่อเนื่องการใช้แฟลซง่าย ๆ ที่สุดคือการถ่ายผ่านกระจก ถ้าเราถ่ายตรง ๆ แสงจะสะท้องกระจกกลับมา แต่ถ้าถ่ายมุงเฉียง ๆ หน่อยก็จะได้ภาพที่สวยงามใสปิ๊ง ขอบคุณภาพเทคนิค ภาพที่ 1 จากสยามโอเชี่ยนเวิล์ด สยามพารากอนค่ะ



ภาพที่ 1 แสดงการถ่ายภาพเปิดแฟลซผ่านกระจกที่ถูกและผิด


ภาพที่ 2 ถ้าถ่ายผิด คือ ถ่ายตรง ๆ ผลก็จะเป็นดังภาพนี้ค่ะ



ภาพที่ 3 แม้จะเปิดแฟลซค่อยลงก็่ช่วยได้ไม่มาก


ภาพที่ 4 แต่ถ้าคุณเอียงกล้องทำมุม ตามวิธีการในภาพที่ 1 ผลก็จะได้ภาพที่ใสปิ้งสวยอย่างภาพนี้ค่ะ หลักการนี้ไม่ยากเลยใช้ไหมค่ะ แต่มือใหม่หลายท่านไม่ทราบ คราวนี้ภาพปลาสวย ๆ เสร็จเราแน่
สรุป เราได้อะไรจาก Basic 08
1. ถ้าต้องถ่ายภาพผ่านกระจกให้เอียงทำมุมสักหน่อย อย่าถ่ายตรง ๆ เพราะจะทำให้แสงแฟลชสะท้องเข้ามาในภาพ


Basic 07

Basic 07 ถ่ายกลางคืนเปิดแฟลซแล้วภาพไม่สวยเลย (เกี่ยวเนื่องกับ Basic 6)

ไหน ๆ ก็กล่าวถึงการใช้แฟลซช่วยแล้วใน Basic 6 คือ ถ่ายย้อนแสงยังมีอีกสถานการณ์หนึ่งค่ะ คือ เปิดแฟลซเพื่อถ่ายภาพตอนกลางคืนแต่ฉากหลังสวย ๆ หายไปหมดเลย Basic 6 ฉากหลังยังอยู่แต่คนมืดดำ ในข้อนี้ ฉากหลังมืดดำแต่คนขาวจัง เหมือนกับเรายืนถ่ายกับผนังห้องสีดำแล้วจะถ่ายไปทำไมกันนี่ ....... อย่าพึ่งตกใจค่ะ... วิธีแก้ง่ายนิดเดียวกล้องทุกวันนี้จะมีโหมดง่าย ๆ ให้เราใช้หนึ่งโหมด แต่มือใหม่เรามักจะไม่ค่อยสนใจ หรือ ไม่รู้ว่าประโยชน์มันคืออะไร เขาเรียกภาษาอังกฤษว่า Slow Synchronize flash อ่านว่า สโลว์ซิงโครไนซ์แฟลซ แปลว่า แฟลซที่สัมพันธ์กับความเร็วชัตเตอร์ต่ำ อย่าพึ่งตกใจนะค่ะ เดี๋ยวหาว่านี่ไม่ใช่เรื่องของมือใหม่ ลองเปิดกล้องของท่านดูจะพบว่า การตั้งแฟลซแบบนี้ง่ายนิดเดียว คลิกไม่กี่ทีเองลองดูแล้วฉากหลังงาม ๆ ก็จะมาอยู่กับรูปสวย ๆ หล่อ ๆ ของคุณค่ะ



ภาพที่ 1 ไม่ได้ยืนอยู่ในห้องสีดำนะค่ะ แต่เปิดแฟลซแบบธรรมดา ถ่ายออกมาก็เลยเป็นแบบที่เห็น ๆ นี่ละค่ะ แก้ไขได้ตามภาพที่ 2 ค่ะ


ภาพที่ 2 นั่นแน่... จริง ๆ แล้วฉากหลังสวยมากค่ะ เป็นโรงแรมแห่งหนึ่ง ในกรุงเทพ ท่านนี้ยืนอยู่บนสะพานกรุงเทพ ภาพนี้ถ่ายได้โดยการใช้แฟลชสัมพันธ์กับความเร็วชัตเตอร์ต่ำค่ะ ลองฝึกดูนะค่ะ



ภาพที่ 3 ภาพนี้ก็เกิดขึ้นบ่อย ๆ และน่าเสียดายมาก คือ ถ่ายรูปหมู่กับฉากหลังมืดๆ




ภาพที่ 4 สถานการณ์เดียวกันคือถ่ายภาพกับโลกใต้ทะเลแต่ภาพที่ 4 เห็นทั้งคน เห็นทั้งปลา เอาไปอวดใครก็ได้ว่าดูสิปลาตัวใหญ่กว่าฉันอีก .. อะไรทำนองนี้ค่ะ ภาพนี้ก็ใช้สโลว์ซิงโครไนซ์แฟลซค่ะ ถึงตรงนี้หลายคนคงอยากกับไปแก้มือแล้วใช่หรือเปล่าค่ะ อย่าลืมนะค่ะ หากพบสถานการณ์นี้อีกคำนี้เลยค่ะ สโลว์ซิงโครไนซ์แฟลซ
สรุป เราได้อะไรจาก Basic 07
1. สโลว์ซิงโครไนซ์แฟลซ แปลว่า แฟลซที่สัมพันธ์กับความเร็วชัตเตอร์ต่ำ เป็นโหมดง่าย ๆ ที่เราควรใช้ได้ค่ะ จะทำให้เราถ่ายภาพกลางคืนได้สวยขึ้น
2. แต่มีสิ่งที่ต้องจดจำอยู่อย่างคือ เมื่อความเร็วชัตเตอร์ต่ำแสดงว่า ภาพมีโอกาสสั้นไหว หรือเบลอได้ง่าย ควรจับกล้องนิ่ง ๆ หรือ ใช้ขาตั้งกล้องช่วยนะค่ะ












Basic 06

Basic 06 รูปเสียมากมาย เพราะ ถ่ายย้อนแสง แก้อย่างไร..

ไม่น่าเชื่อค่ะว่ามีภาพเป็นจำนวนมากมายที่ต้องเสียไปเพราะ ผู้ถ่ายไม่ทราบหลักการนี้ เรื่องของเรื่อง คือ ก่อนถ่ายภาพทุกครั้งให้ดูทิศทางของแสงก่อนเสมอ ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ควรถ่ายภาพในสถานการณ์ย้อนแสง คือ แสงด้านหลังมีความสว่างมาก ถ่ายออกมาก็จะเกิดดังภาพตัวอย่างที่ 1 และ 2 หลักการแก้ไขก็มีค่ะ ในระดับเบื้องต้น ขอให้แก้ไขง่าย ๆ ก่อน คือ แก้ไขโดยการเปิดแฟลซแค่นั้นเองค่ะ การเปิดแฟลซนั้นแม้บางครั้ง กลางแดดเห็นช่างภาพบางคนเปิดแฟลซ ถ่ายรูปอย่าไปตลกเขานะค่ะ นั้นเขาทำดีและถูกต้องค่ะ แต่ถ้า ภาพที่คุณถ่ายย้อนแสง แต่เป็นวัตถุขนาดใหญ่ และ อยู่ใกล ๆ ก็ต้องคอยดูความรู้ระดับกลางแล้วค่ะ เพราะ นั้นคุณต้องเรียนรู้การวัดแสงเฉพาะจุด ซึ่งยุ่งยากว่าตอนนี้ จำง่าย ๆ คือ ถ้าจำเป็นต้นถ่ายย้อนแสง เปิดแฟลซทุกครั้งนะค่ะ




ภาพที่ 1 เสียดายจังภาพเด็กชายภาพนี้ เห็นแต่ทะเล แต่ไม่เห็นคนเพราะถ่ายภาพย้อนแสง ถ้าหามุมใหม่ อาจจะได้ภาพที่สวยกว่านี้





ภาพที่ 2 ภาพนี้ก็ย้อนแสงเช่นกันไม่น่าเชื่อใช่ไหมค่ะ ว่าแค่หน้าต่างบานสองบานก็ทำให้เราไม่สามารถถ่ายภาพได้แล้ว อย่างนี้ก็ถือว่าย้อนแสงค่ะ ถ่ายมาก็เสียหมด




ภาพที่ 3 รูปเดียวกัน สถานที่และวันเดียวกันกับภาพที่ 2 แต่ดูน่าสนใจกว่า แก้ไขง่าย ๆ คือเปิดแฟลซ เท่านั้นเอง ก็สามารถเก็บภาพงาม ๆ นี้ไว้เป็นที่ระลึกได้แล้ว



สรุป เราได้อะไรจาก Basic 06

1. ไม่ควรถ่ายภาพย้อนแสงถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ

2. ถ้าจำเป็นต้องถ่ายภาพย้อนแสงเมื่อไหร่ ก็อย่างลืมเปิดแฟลซ ด้วยนะค่ะ

Basic 05

Basic 05 จังหวะ จังหวะ จังหวะ ทำให้เราได้ภาพที่น่าสนใจ


ตรงนี้คงไม่ได้อยู่ที่กล้องราคาแพง หรือ มีคุณสมบัติเลศเลอหรอกค่ะ แต่เป็นความสามารถในการถ่ายในจังหวะที่ดีกว่า ย่อมได้ภาพที่ดูมีชีวิตชีวามากกว่า บางคนถาพเหมือนกันแต่ทำไมดูดี หรือ ดูน่าสนใจต่างกัน ลองดูภาพด้านล่านี้แล้วประยุกต์ใช้กับภาพต่างๆ นะค่ะ




ภาพที่ 1นกเดินเรื่อยเปื่อย เราสามารถถ่ายภาพนี้ได้ไม่ยาก เพราะนกพิราบเชื่อง กว่านกอื่น ๆ แต่ดูรูปที่ 2 พบว่า ภาพน่าสนใจกว่า




ภาพที่ 2 กดชัตเตอร์ จังหวะที่นกมองมายังเราพอดี ดูตามันสิ .. รอจังหวะย่อมได้ภาพ ที่ดีขึ้น




ภาพที่ 3 ภาพคุณกาที่มาเกาะอยู่ใกล้ๆ ก็ว่าถ่ายยากเพาะไม่เชื่องเท่าไหร่แต่ธรรมดาเกินไป ค่ะ ลองดูภาพด้านล่างสิค่ะ



ภาพที่ 4 กาาาาาาาาา กาาาาาาาาา พอคุณกา ร้อง กดชัตเตอร์พอดี เห็นไหมค่ะว่าภาพตลก และ ดูมีชิวิตขึ้นมาทันที
สรุป เราได้อะไรจาก Basic 05
1. ภาพบางภาพรอจังหวะ อีกนิดจะได้ภาพที่มีชีวิตชีวา
2. ต้องสังเกตุและ คาดเดาว่าจะมีเหตุการณ์อะไรน่าสนใจ แล้วกดชัตเตอร์ให้ทันทำให้ภาพนั้นมีคุณค่ามากขึ้น หลายคนถ่ายตอนกระโดดก็มี หรือ ถ่ายภาพตอนกำลังหัวเราะอะไรทำนองนี้ หรือ ถ้าคุณถ่ายแมวหาว งูแลบลิ้นได้อะไรทำนองนี้ ภาพที่ได้จะน่ารักมากค่ะ ลองดูนะค่ะ จังหวะ จังหวะ จังหวะ

Basic 04

Basic 04 ทางยาวโฟกัส ง่ายมาก ไม่พูดเลยเดี๋ยวพื้นฐานจะไม่ครบ จ้า..

เวลาเพื่อน ๆ ซื้อกล้องมาเคยสังเกตุไหมค่ะว่า ซูมสูงสุดได้เท่าใด เรารู้ได้จากกล้องจะ ตัวเลขบอกไว้ เช่น 35-105 mm หรือ 28-200 mm บางที ก็ดูง่าย ๆ ที่ 3 X , 6 X 10 x , บางรุ่น ถึง 12 x หรือ 420 mm เลยทีเดียว ทางยาวโฟกัส ยิ้งน้อย คือ 28 , หรือ 35 เรียกว่า มีเลนส์มุมกว้าง ทำให้ถ่ายภาพได้มาก กว่าในระยะเดียวกัน คือ อยู่ในห้องแคบ ๆ ก็ถ่ายคนยืนหน้ากระดานได้ นับ 10 คน แต่กล้อง บางตัว ต้องออกไปถ่ายนอกประตูห้อง เลยทีเดียว อย่างนั้น แสดงว่ามีทางยาวโฟกัสต่ำสุดมาก ทางยาวโฟกัส ตั้งแต่ 80 mm ขึ้นไปเราเรียกว่า เลสน์ซูม หรือ ถ่ายไกล คือ สามารถดึง รูปที่อยู่ไกล ๆ มาให้อยู่ไกล้ ๆ ได้ ดูภาพด้านล่างประกอบนะค่ะ แล้วในการเลือกซื้อกล้อง ก็อย่าลืมดูเสมอ ว่ามีเลสน์ที่มีทางยาวโฟกัส เท่าใด เพียงพอกับการใช้งานหรือไม่... รูปทั้ง 4 รูป ด้านล่าง เป็นภาพที่ยืนถ่ายรูป จากที่เดียวกัน จุดเดียวกันแต่ถ่ายภาพด้วยทางยาว โฟกัสที่ต่างกัน ได้ผลต่างกัน ดังนี้ค่ะ


ภาพที่ 1ถ่ายด้วยมุมกว้างสุด คือ 28 mm จะเห็นว่ามองเห็นได้กว้างไกล ทำให้เลนส์ มุมกว้างนี้เหมาะกับการถ่ายภาพวิว เป็นอย่างยิ่ง หรือ ถ่ายในอาคาร ก็ทำให้เราเห็นได้มาก กว่าปรกติ ไม่ต้องถอยออกไปไกลเวลาถ่ายรูป

ภาพที่ 2 ถ่ายด้วยความยาวโฟกัส 100 mm เห็นไหมค่ะว่าใกล้ขึ้นมาก


ภาพที่ 3 ถ่ายด้วยความยาวโฟกัส 150 mm



ภาพที่ 4 ถ่ายด้วยความยาวโฟกัส 200 mm ถ้าดูเทียบกับรูปแรก เห็นได้ชัดเลยว่า กล้องสามารถซูมเข้าไปใกล้มาก ทั้ง ๆ ที่ยืนที่เดิม เข้าใจเรื่องทางยาวโฟกัสดีแล้วนะค่ะ คราวนี้ แต่มีปัญหาที่ต้องระวัง 2 ประการ คือ ขณะที่ซูมมากๆ ความสว่างของกล้องและ ความไวของชัตเตอร์จะลดลง ทำให้เราต้องถือกล้องให้นิ่งที่สุด หรือ ใช้ขาตั้งกล้องซึ่งหลายคนจะพบว่า เวลาซูมมากๆ ภาพที่ได้อาจมีการเบลอบ้าง ด้วยเหตุผลนี้เองค่ะ



สรุป เราได้อะไรจาก Basic 04

1. เลนส์มุมกว้างคือค่าน้อยกว่า 35 mm ทำให้เราถ่ายได้พื้นที่ภาพมากขึ้น


2. เลนส์ซูม หรือ เลนส์เทเล หรือ เลสน์ถ่ายไกล แล้วแต่จะเรียกทำให้เราดึงวัตถุที่อยู่ไกลๆ ให้เข้ามาใกล้ได้ ทำให้ไม่ต้องเข้าไปหาวัตถุนั้นมากเกินไป


3. ขณะที่ถ่ายด้วยการซูมให้ถือกล้องนิ่งๆ เพราะปกติ ความเร็วชัตเตอร์จะลดลงหากไม่นิ่งภาพอาจเบลอได้ หรือ ควรใช้ขาตั้งกล้อง เช่นถ่ายภาพนก เป็นต้น

Basic 03

Basic 03 ถ่ายภาพนก ได้มาแต่ลูกกรง แก้ไขอย่างไร

ปัญหานี้มักเกิดขึ้นตอนเราไปเที่ยวสวนสัตว์ใช่ไหมค่ะ ถ้ามือเก่า ๆ (อาจแก่ด้วย) ก็คง ไม่มีปัญหากับการถ่ายภาพในกรง วิธีการแก้ไข ตรงนี้ มือใหม่ ถ้าทำได้ ก็ถือว่าเก่งขึ้นแล้วค่ะ ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลย เพียงรู้จักการกดชัตเตอร์ ลงครึ่งเดียว มือใหม่หลายคน ไม่ยอม หรือ ไม่เคยรู้เลยค่ะ ว่าแค่กดชัตเตอร์ลงครึ่งเดียว ก่อนการกดจริง จะทำให้ได้ภาพที่ดี ๆ มากขึ้น วิธีการคือ เล็ก โฟกัส ไปที่นก แล้วกดชัตเตอร์ ลงครึ่งเดียว พอกล้องจับภาพนกในกรงชัด ก็จะมีเสียง ติ๊ดๆ เสียง กล้องนะค่ะ ไม่ใช่รอฟังเสียงนะ..แฮะ ๆ ก็กดชัตเตอร์ลงไปให้สุดจน ตัด แชะ เท่านี้ก็ได้ภาพนกแล้วค่ะ อีกสักนิด หากว่าเล็งอย่างไร ก็มียอมโฟกัสทะลุกรงได้ เกิดกับกล้องบางชนิดที่อาจมีความ สามารถในการโฟกัส ไม่ดีหรือดีเกิน ใช้วิธีง่าย ๆ คือ ดูระยะว่านกห่างจะกรง กี่เมตร สมมุติ ว่าหากจากกรง 2 เมตร เราก็เอากล้องไปถ่ายสถานที่ข้างเคียงหาวัตถุอะไรก็ได้ที่ห่างกล้อง ประมาณ 2 เมตร มีสภาพแสงไม่ต่างกันนัก เล็งวัตถุอันนั้น แล้วกดชัตเตอร์ ให้โฟกัส แล้ว ก็ ค้างไว้ ค้างไว้ รีบหัน กลับมาที่กรง เล็งนกตัวเดิม แล้วกด แชะ เลย รับรองวิธีนี้ไม่มีพลาด ลองดูนะค่ะ แล้วจะได้ความรู้ เพิ่มความสามารถในการใช้กล้องขึ้นถึง 2 แบบเลยคราวนี้

ภาพที่ 1 ถ่ายภาพนก แต่ กล้องโฟกัส ที่กรงเลยไม่เห็นนกเลย





ภาพที่ 2 หลังจากโฟกัสไปที่นกก่อน แล้วค่อยกดโฟกัส ค้างไว้จนชัด แล้ว กดชัตเตอร์ จะเห็นว่าเราได้ภาพนกที่ชัดเจน แทบจะไม่เห็นกรงเลย



ภาพที่ 3 หากฝึกจนชำนาญ ก็แทบจะทำให้กรงหายไปเลยค่ะ หรือ หากเรานำไป ตกแต่งเล็กน้อย คือตัดเอาเฉพาะส่วนที่เป็นตัวนกก็จะได้ภาพงาม ๆ เลยทีเดียวล่ะ





สรุป เราได้อะไรจาก Basic 03
1. ควรกดชัตเตอร์ลงครึ่งหนึ่งทุกครั้งก่อนถ่ายภาพเพื่อโฟกัสก่อน

2. หากการโฟกัสยากในบางสถานการณ์ ก็ให้โฟกัสที่อื่นที่ระยะเท่ากันก่อนแล้ว ค่อยกลับมากดชัตเตอร์ภาพที่เราต้องการ แต่การโฟกัสที่อื่นควรมีสภาพแสงที่เหมาะสมด้วยนะค่ะ

วันพุธที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2553

Basic 02

Basic 02 ถ่ายภาพเคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้นด้วยการเพิ่มค่าความไวแสง

จริงๆ แล้วเรื่องความไวแสง หรือ ค่า ISO นั้น บางคนบอกว่าไม่น่าจะเป็นความรู้ระดับเบื้องต้น แต่ฉันมองต่างกันค่ะ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ง่ายมาก ๆ และ เป็นปัญหาคาใจของนักถ่ายรูปมือใหม่ คือ ทำไมภาพเบลอ บางครั้งกล้องคุณป้องกันการสั่นของมือได้แต่ปัญหา คือ ภาพที่คุณถ่ายไม่นิ่งค่ะ ต่อให้มือคุณไม่สั่นเลยก็ไม่อาจถ่ายภาพคมชัดได้หากไม่ตั้งค่าความไวแสง หรือ ISO ให้ถูกต้อง ทั้งๆ ที่กล้องทุกวันนี้มีค่า ISO สูงๆ กันแล้วทั้งนั้น เราเสียเงินซื้อกล้องแพง ต้องรู้จักใช้ หลักการคือ เมื่อถ่ายภาพในที่ที่มีแสงน้อย หรือ ภาพที่เคลื่อนไหวเร็วๆ และแสงไม่พอ อย่าลืมเพิ่มค่า ISO ให้สูงขึ้นด้วย แต่ถ้าในสภาพแสงดีจงถ่ายด้วย ISO ที่ต่ำที่สุด คือ 100 หรือ 200 เพื่อให้ภาพที่ดี เพราะผลของการเพิ่มค่า ISO คือ จะได้ภาพที่มีเม็ดสีหยาบหรือที่เรียกว่า noise ค่ะ




ภาพที่ 1 ถ่ายภาพการแสดงด้วย ISO 200 ทำให้ภาพไม่คมชัดพอ ไม่สามารถเอาไปโชว์เพื่อน ๆ ได้แล้วและเก็บไว้ก็เปลืองพื้นที่ด้วยสิ



ภาพที่ 2 ปรับค่า ISO ของกล้องเป็น 400 เห็นไหมค่ะว่า สวยและคมขึ้นได้แสง ที่สว่างมากขึ้นด้วย และ ยังเห็นดาบ เป็นความเคลื่อนไหว ที่ดีพองาม คือรู้สึกได้ว่ากำลัง สู้กันอยู่ ไม่ได้ ยืนนิ่ง ๆ เอาดาบชนกัน




ภาพที่ 3 ภาพนี้ ISO 800 ครับหยุดความเคลื่อนไหวได้ดีขึ้นมากเลย สังเกตุให้ดี เห็นคนที่นอนหงายท้อง พึ่งจะล้มลง และ ดาบที่ฟันกัน นั้นยังเห็นประกายไฟ กระจายด้วย ภาพก็สว่างมากขึ้น ได้อารมณ์ดี เห็นไหมค่ะว่าเพียงเราเพิ่มค่า ISO เท่านั้นก็ถ่ายภาพแบบ นี้ได้แล้ว แต่ก็ต้องฝึกฝนนะค่ะ มือใหม่ ก็จะได้กลายเป็นมือโปร กะเขาได้ เอาใจช่วยนะจ๊ะ

สรุป เราได้อะไรจาก Basic 02

1. เมื่อต้องถ่ายภาพในที่มีแสงน้อยและภาพเคลื่อนไหว อย่าลืมเพิ่ม ISO

2. การเพิ่มค่า ISO หรือ ค่าความไวแสงของกล้อง ทำให้กล้องมีความเร็วชัดเตอร์ขึ้น

3. สำคัญที่สุดเลย อย่าลืม อย่าลืม อย่าลืม ปรับ ISO กลับไปที่ 100 เหมือนเดิม หลังจากถ่ายรูปในที่แสงน้อยเสร็จแล้ว ตรงนี้สำคัญที่สุด ฝึกให้คุ้นเคย .. นะค่ะ

Basic 01


เทคนิคถ่ายภาพ ระดับต้น คือ เทคนิคที่ไม่ยากเกินไป และ ผู้ที่มีกล้องทุกคน ควรจะใช้ได้ มีดังนี้







Basic 01 เทคนิคง่ายสุด ๆ มุมมองที่ดีทำให้รูปคุณสวยขึ้น ภาพทั้ง 3 ภาพด้านล่างนี้ถ่าย ที่สถานที่เดียวกัน เวลา ใกล้เคียงกัน แต่มุมมองต่างกัน ก่อนถ่ายภาพทุกครั้ง ถ้าเรานึกมุมมองก่อน เราจะได้ภาพที่ดีขึ้น ในตัวอย่างที่ 1 นี้ มุมมอง ให้ความสำคัญที่ ฉากหลัก ดูตัวอย่างพร้อมคำอธิบายประกอบ กันเลยค่ะ


ภาพที่ 1 เห็นว่าฉากหลังไม่สวย คือ กดชัตเตอร์ ลงไปเลย โดยไม่ได้คำนึกถึงภาพ ที่ออกมา ผลก็คือ ฉากหลังดูรก รุงรัง ดูแล้วขัดตาต่างจาก 2 ภาพด้านล่าง



ภาพที่ 2 ภาพนี้ถ่ายโดยย่อตัวลงมาต่ำกว่าภาพที่ 1 เลือกฉากหลักที่เป็นกำแพงขาว ๆ แทนที่จะรกเหมือนภาพแรก ก็ทำให้ภาพดูดีขี้น โดดเด่น คือสิงโต และ ดอกบัวเด่นขึ้น



ภาพที่ 3 ภาพนี้ต่างกัน คือเข้าไปใกล้ สิงโตให้มากที่สุด และ มองจากมุมสูงลงมา เลือกฉากหลังที่เป็น สระน้ำมีใบบัวอยู่ด้วย เพื่อรับกับ ดอกบัวที่บูชาอยู่หน้าสิงโต บนใบบัวก็ยังมีหยดน้ำอยู่อีก ภาพที่ให้ความรู้สึกที่ดีกว่า 2 ภาพแรกใช่ไหมค่ะ แต่ถ้าคุณ ชอบเห็นสิงโตชัด ๆ ก็เลือกแบบภาพที่ 2 จะดีกว่านะค่ะ


สรุป เราได้อะไรจากบทนี้

1. ก่อน กดชัตเตอร์ ลองมองดูฉากหลักของรูปด้วย เพื่อจะได้ภาพที่ดีขึ้น

2. มุมมองที่ต่างไป คือ ก้ม เงย เอียง ล้วนมีผลทำให้ได้ภาพที่ต่างไป ก่อนถ่ายรูปลอง ก้ม หรือ เงย ดู บ้างอาจได้มุมมองที่ น่ารัก น่าสนใจขึ้นนะค่ะ


วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2553

การถ่ายถาพ




การถ่ายภาพก็เหมือนกับ
การนำเอาถังไปรองน้ำ
จะต้องให้น้ำเต็มถังพอดี
ไม่มากจนล้นถังหรือ
น้อยเกินไปจนไม่เต็มถัง
ซึ่งเหมือนกับการถ่ายภาพที่มีความสว่างพอดี
ไม่สว่างมากเกินไปหรือ มืดเกินไป